บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ผู้บุกเบิกและผู้นำธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และธุรกิจออกแบบ จำหน่าย พร้อมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรก ประจำปี 2569 โดยไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 115.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำผลสำเร็จที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโซลาร์ฟาร์มที่เข้มข้น การควบคุมต้นทุนและการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ ขณะที่งวดครึ่งปีแรก ปี 2569 มีรายได้รวมอยู่ที่ 814.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 233.9 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน
โดยในปี 2569 นี้ บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดสำหรับธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป มุ่งเน้นและเพิ่มสัดส่วนการเจาะกลุ่มลูกค้า "บ้านพักอาศัย" (Residential Market) มากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความต้องการของภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขานรับนโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท และโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เจ้าของบ้านตัดสินใจลงทุนติดตั้งง่ายขึ้น บริษัทฯ จึงได้พัฒนาแพ็กเกจที่ยืดหยุ่น อำนวยความสะดวกในการประสานงานขออนุญาตเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าและดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ พร้อมบริการหลังการขายครบจบในที่เดียว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครัวเรือนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว